ผู้เขียน/โดย : เกริก ภิรมย์โสภา (Krerk Piromsopa)
เขียนเมื่อ/ปรับปรุง : 2004-07-14 21:57:21
LED เป็นไดโอดที่จะเปล่งแสงเมื่อตัวมันนำกระแสซึ่งการจะทำให้ไดโอดนำกระแสได้นั้น เราจะต้องทำการไบแอส (Bias) โดยการให้ไฟลบเข้าที่แคโทด (Cathode) และไฟบวกเข้าที่แอโนด (Anode) เท่านั้น LED โดยทั่วไปจะสามารถนำกระแสได้เมื่อมีแรงดันตกคร่อมประมาณ 0.6 โวลต์ และมีกระแสไหลผ่านประมาณ 5-30 มิลลิแอมป์ หากให้กระแสไหลผ่านมากกว่านี้อาจจะทำให้ LED เสียหายได้ โดยเหตุนี้เราจึงต้องต่อตัวต้านทานอนุกรมกับ LED เพื่อจำกัดไม่ให้กระแสไหลผ่านมากเกินไป
จากความรู้เรื่องกฎของโอห์ม (V=IR) เราจะทำการคำนวณหาค่าความต้านทานที่เหมาะสมได้ดังนี้
R = (V-Vf) / I โอมห์
โดยที่ I คือ กระแสที่ต้องการให้ผ่าน LED ในหน่วย แอมแปร์
V คือ แรงดันของไปเลี้ยง มีหน่วยเป็น โวลต์
Vf คือ แรงดันตกคร่อม LED มีหน่วยเป็น โวลต์
การขับ LED ด้วยวงจร TTL
วงจร TTL เป็นวงจรที่นิยมใช้กันทั่วไปในทางดิจิตอล โดยวงจรจะทำงานที่ 5 โวลต์ แต่เนื่องจากวงจร TTL สามารถรับ/จ่ายกระแสได้ค่อนข้างน้อย
ดังนั้นจึงควรต่อ Transistor เพิ่มเพื่อช่วยในการขับวงจร รูปที่ 1 จะแสดงการต่อ LED เข้ากับวงจร TTL แบบต่างๆ ทั้งนี้แบบที่ดีที่สุดคือแบบที่ 1 ซึ่งจะได้ความสว่างของ LED สูงสุด
รูปที่ 1 การต่อ LED เข้ากับวงจร TTL แบบต่างๆ
หากสังเกตที่วิธีการขับ LED ในรูปที่ 1 เราจะพบว่ามีการใส่ 7406 (Inverter Open Collector) ซึ่งเป็น Inverter ที่มีลักษณะ Open Collector
ซึ่งจะสามารถรับกระแสได้มากกว่า Inverter ทั่วไป เพื่อเป็นการกลับ Logic ให้ได้คำตอบเป็น Positive Logic และให้กระแสไหลผ่านได้มากๆ ในรูปที่ 2
แสดงการขับ LED ประเภท 2 สีแบบใช้ Inverter Open Collector เข้ามาช่วย และตัวต้านทาน 2 ตัว
รูปที่ 2 การขับ LED สองสีด้วยวงจร TTL แบบใช้ Inverter Open Collector
นอกจากนี้ยังมีวิธีการขับ LED แบบอื่นๆ อีกเช่น การขับ LED ด้วย Pulse ความถี่สูง ซึ่งนอกจากจะประหยัดกระแสแล้ว ยังให้ความสว่างของ LED ที่เหมาะสมอีกด้วย
การดูขั้วของ LED
การดูขั้วของ LED อาจจะทำได้จากการดูที่ขา ซึ่งขาที่ยาวกว่ามักจะเป็น Anode (ต่อไปบวก) แต่ถ้าหากตัดขาไปแล้วอาจจะดูจากด้านที่มีขอบตัดของตัวหลอดโดยด้านที่มีขอบตัดนั้นจะเป็น Cathode เสมอ นอกจากนี้ยังสามารถดูภายในตัวหลอดได้อีกด้วย แต่ LED บางประเภทจะมีขนาดเล็กและขุ่นมัว ไม่ สามารถมองเห็นภายในได้ ดังนั้นถ้าต้องการความถูกต้อง ควรจะใช้ Ohm Meter ทำการวัดขั้วในลักษณะเดียวกันกับการวัดขั้วของไดโอด
Computer Architecture